Blog, Khanchaisong

ในทรรศนะของฉันกับหนึ่งวันบนดาวเคราะห์ (ตอนที่ 1 โลกของเรา)

ธรรมชาติต่างเดินไปพร้อมๆกับที่มนุษย์เราก็เดินไปแบบเดียวกัน ต่างกันที่ใครคือผู้สร้าง ใครคือผู้กำหนดทิศทางการเดินเหล่านั้น และใครคือผู้อยู่รอด

Written by Mr.Good · >
today earth abnormal

ตอนที่ 1 โลกของเรา

โลกของเรากำลังเดินเข้าสู่กระบวนการทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง สำหรับในอดีตที่ผ่านมาหลายล้านปี ทุกสิ่งที่ดำรงอยู่ เกิดขึ้น ดับไป ล้วนแล้วแต่คงความเป็นไปในทิศทางต่างๆของโลกเราอย่างไม่หยุดยั้ง มนุษย์เราก็เช่นกัน เราปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในหลากหลายสถานการณ์มาอย่างยาวนาน สืบทอดความคิด การกระทำ จากรุ่นสู่รุ่น ส่งต่อมาเป็นวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน เราจะเห็นถึงความแตกต่างในการใช้ชีวิตของคนแต่ละภูมิภาค เราจะเห็นการดำเนินเรื่องราวของชีวิตที่แตกต่างกันในแต่ละชนชาติ แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากำลังเดินทางร่วมกันมันคือการอิงแอบไปกับธรรมชาติ ทรัพยากรที่เรามีมันเกิดขึ้นมาก่อนมนุษย์จะเกิด มันมีมาก่อนที่เราจะรู้จักใช้มัน พอมนุษย์เราเริ่มสังเกต เราก็เริ่มคิด และเริ่มลงมือทำในสิ่งที่เราต้องการ เพื่อตอบสนองความต้องการของตน แต่สิ่งที่เราหลุดพ้นไม่ได้เลยคือชีวิตของเราเอง นั่นคือธรรมชาติอย่างหาที่สุดไม่ได้ ธรรมชาติจากสิ่งที่ใกล้ตัวเราที่สุด หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อตอบสนองความต้องการของเราด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การก่อเกิดความคิดในการครอบครอง และควบคุมธรรมชาติ คือสิ่งที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง แต่มันก็ยังดำเนินต่อไป จนถึงวันหนึ่งที่เราเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เราทำมันกำลังเปลี่ยนสิ่งต่างๆไปตลอดกาล … วันที่ธรรมชาติกำลังเดินไปบนเส้นทางที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง
… ถ้าคุณได้ยินเสียงน้ำตกในวันที่สายน้ำกำลังหลั่งไหลลงจากภูผา มวลน้ำมหาศาลที่กำลังเคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วงของโลกตกลงสู่เบื้องล่าง สู่ธารน้ำที่ไหลทอดยาวออกไป จากป่าสู่เมือง จากเมืองสู่ป่า จนไหลลงสู่ท้องทะเลมหาสมุทร คุณจะไม่มีทางรู้จุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเสียงน้ำกระทบหินเบื้องล่างของมวลน้ำชุดนั้นเลย คุณแยกมันไม่ออกด้วยซ้ำว่าน้ำชุดที่คุณได้ยินเสียงมันไหลไปสู่ที่ใด นี่คือความจริงที่เราไม่เคยออกตามหาเส้นทางของน้ำเหล่านั้น หลายคนถามว่ามันจำเป็นแค่ไหนในการตามหาเรื่องแบบนั้น ไม่เลย ไม่จำเป็น เพียงแต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคือการให้คุณตระหนักถึงต้นทุนน้ำที่ไหลลงมา จนเป็นกำไรให้เราได้เก็บเกี่ยวใช้ในการอุปโภค บริโภค มันมีที่มา มันมีที่ไป เหมือนเรากำลังเรียนคณิตศาสตร์และกำลังทบทวนบทเรียนวิชาบวกลบคูณหาร เหมือนเรากำลังนั่งทำบัญชีของห้างร้านบริษัท มันต้องมีต้นทุน ต้องมีราคา และมีขาดทุน กำไร


แล้วอะไรคือต้นทุนของธรรมชาติเหล่านั้น?


มันคือโลกที่เราอยู่ มันคือแหล่งที่อยู่ แหล่งอาหาร แหล่งยารักษาโรค แหล่งสร้างเครื่องนุ่งห่ม แหล่งรวมทรัพยากรให้เราได้ใช้ ทุกวันนี้ต้นทุนมันมีอะไร แล้วเราบริหารจัดการจนมันมีกำไร หรือขาดทุน เราวัดจากอะไร?
ความสำเร็จ คือสิ่งที่มนุษย์ใช้วัดประสิทธิภาพในการทำงาน ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจบ ผลออกมาตามที่คาดหวัง คือสำเร็จ เป็นงานที่มีประสิทธิภาพ แล้วธรรมชาติใช้อะไรวัดประสิทธิภาพในการดำเนินไปตามกลไกของมัน คำตอบคือสิ่งที่เรียกว่า กำไร หรือขาดทุน ที่มนุษย์ได้รับ
กำไรที่เราได้คือสิ่งต่างๆที่เราพยายามถลุงใช้มันทุกวันเราเรียกว่าทรัพยากร
ส่วนขาดทุนคือสิ่งที่ธรรมชาติดำเนินไปตามกลไกของมัน แต่ดันเป็นสิ่งที่สร้างความเป็นลบ ให้กับชีวิตมนุษย์ ทั้งภัยพิบัติ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง แหล่งเสื่อมโทรมตามธรรมชาติ การด้อยค่าของทรัพยากร การเสื่อมโทรมของสิ่งชีวิตอื่นๆที่ไม่ใช่มนุษย์ รวมถึงการก่อเกิดสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และมีผลกระทบต่อมนุษย์


เรามักคาดการณ์สถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดทางเศรฐศาสตร์ด้วยความเสี่ยง เราบริหารจัดการมันด้วยชุดความคิดหนึ่งเพื่อลดความเสี่ยง ควบคุมมันด้วยเทคนิดในการรับรู้ความเสี่ยง และผลคือ ยังมีความเสี่ยงแฝง ที่ออกมาในรูปของความน่าจะเป็นอยู่ดี สิ่งนี้เรานำมาใช้กับทุกๆการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในฐานะโชคชะตา ความเสี่ยงแฝงอันนำไปสู่ความโชคร้ายของมนุษย์เรา

ที่มา


หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอขอบคุณมาก คุณกำลังฟังผมเล่าในขณะที่ก่อนหน้าที่ผมว่างชิบหายเรียงของขายเป็นศิลปะมาแล้ว ต่อด้วยว่างชิบหายนั่งหายใจดูเน็ตฟลิกซ์ไปแล้วเช่นกัน บทความนี้เกิดจากผมเพิ่งฉีดสเปรย์กำจัดแมลงที่มีชื่อยี่ห้อหนึ่งเป็นสารไซเปอร์เมทริน 0.1% W/W ใส่มดกลุ่มหนึ่งที่กำลังไต่ขึ้นมาหวังทำอันตรายต่ออาหารในตู้กับข้าว บังเอิญขณะกดไปที่หัวฉีดสเปรย์และฉีดพ่นไป ผมก็นึกถึงเรื่องนี้พอดี


ถ้าเปลี่ยนว่าโลกเราคือตู้กับข้าวและมนุษย์เราคือมดกลุ่มนั้นหล่ะ บังเอิญมีผู้เล่นปริศนาเป็นอะไรไม่รู้มาฉีดสเปรย์ใส่เราแล้วตะโกนบอกมาว่า “ไอ้มนุษย์เฮงซวย แกคือมะเร็งของโลก!!” ก็คงจะน่าคิดอยู่ไม่น้อย มันก็เลยเกิดเป็นบทความนี้ขึ้นมา

สุดท้าย


และจะขอขอบคุณอีกครั้งหากวันหลังผมว่างชิบหายเรียงของขายเป็นศิลปะมาแล้ว ต่อด้วยว่างชิบหายนั่งหายใจดูเน็ตฟลิกซ์ไปแล้วอีกครั้งเช่นกัน จะมาเขียนต่อในตอนที่ 2 และคุณบังเอิญเข้ามาอ่านอีกครั้ง ซึ่งนั่นอาจจะเป็นการเฉลยวิธีแก้ปัญหาที่มันโสมมเหล่านี้ด้วยการ “ไม่ต้องทำอะไร” อ้าว!!ผมเพิ่งบอกเฉลยไปซะอย่างนั้น อย่างนั้นไม่จำเป็นต้องอ่านต่อในบทความชุด #ในทรรศนะของฉันกับหนึ่งวันบนดาวเคราะห์ ตอนต่อๆไปก็ได้สินะ อันนี้ก็แล้วแต่ความเสี่ยงแฝง ที่ออกมาในรูปของความน่าจะเป็นที่เรานำมาใช้กับทุกๆการดำเนินชีวิตของมนุษย์(ถ้าคุณจะกลับไปอ่านย้อนหลัง ผมจะบอกว่ามันคือ โชคชะตา(อ้าว!! ผมเผลอเฉลยอีกแล้วเหรอ)


ถ้าคุณเชื่อในธรรมชาติ ขอให้ปัญญาเป็นอาหารที่ล้ำเลิศแด่คุณ …


ปล.ผมลืมวงเล็บปิดในท้ายย่อหน้าที่แล้วหน่ะ “ช่วยวงเล็บปิด” ให้ผมด้วยจะเป็นกรุณาอย่างสูง

ใจหาย

อาการใจหาย

Mr.Good in Blog
  ·