Blog

ข้าวโพด จากกรรมกรสู่รัฐมนตรี

ทั่วโลกเรานั้นผลิตข้าวโพดในปัจจุบันได้มากถึง 1,110,835 ล้านตัน และมีการบริโภคสูงถึงกว่า 1,135,192 ล้านตัน ไม่เพียงแต่การนำมาบริโภคเท่านั้น ข้าวโพดถือเป็นพืชที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาทางด้านต่างๆอีกแล้ว มันน่าสนใจแค่ไหนต้องติดตามอ่านกัน

Written by Mr.Good · >
eat corn

หากจะบอกว่าข้าวโพดคือพืชที่มีความนิยมอยู่ทั่วโลกก็คงจะไม่ผิดเท่าใดนัก เพราะจากข้อมูลของ สมาคมผู้ปลูกข้าวโพดแห่งชาติ(The National Corn Growers Association) จะพบว่าทั่วโลกเรานั้นสามารถสร้างผลผลิตข้าวโพดต่อแปลงเพาะปลูกได้มากถึง 6 เท่าจากในปี พ.ศ. 2472 เป็นต้นมา นั่นหมายถึงเรามีการจัดการวิทยาการการเพาะปลูกข้าวโพด เพื่อสร้างผลผลิตที่ดีให้รองรับการเติบโตของตลาดข้าวโพดเป็นอย่างดีในระยะเวลาที่ผ่านมา สอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งเดียวกันที่บอกว่าทั่วโลกเรานั้นผลิตข้าวโพดในปัจจุบันได้มากถึง 1,110,835 ล้านตัน และมีการบริโภคสูงถึงกว่า 1,135,192 ล้านตัน (ข้อมูลปี พ.ศ.2562-2563*) โดยตลาดที่ใหญ่ที่สุดในการผลิตและบริโภคคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ซึ่งปริมาณทั้งโลกที่ว่านั้นหากจะแยกรายละเอียดปลีกย่อยออกมาอีก เราจะพบว่ามันมีความสอดคล้องกับแนวทางการเติบโตที่สำคัญทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด

ภาพโดย WikiImages จาก Pixabay

เรื่องของข้าวโพดทั่วโลก . . .

ผลผลิต และการบริโภคข้าวโพดทั้วโลก ปี 2562-2563*
ผลผลิต และการบริโภคข้าวโพดทั้วโลก ปี 2562-2563*

หากคุณคุ้นตากับฉากในภาพยนต์ที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดในแปลงขนาดยักษ์อยู่แล้วละก็ นั่นอาจจะหมายถึงเจ้าผลผลิตในภาพนั้นอาจมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งในอาหารที่คุณกำลังทานอยู่ก็ได้ เพราะข้าวโพดไม่เพียงแต่เป็นอาหารที่เราทานเป็นฝักอย่างเดียวเท่านั้น ข้าวโพดยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของการแปรรูปพร้อมใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในด้านต่างๆ

รายการใช้ประโยชน์จากข้าวโพด ปี 2562
รายการใช้ประโยชน์จากข้าวโพด ปี 2562

หากดูจากแผนภาพข้างต้นเราจะพบว่าเราใช้ประโยชน์จากข้าวโพดในแง่ของการแปรรูปสู่กระบวนการทางอุตสาหกรรมมากที่สุด มากกว่าทำเป็นอาหาร หรืออาหารสัตว์เสียอีก โดยที่ปริมาณในการแปรรูปทำเอทานอลซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบหลักเกี่ยวกับด้านพลังงานทางเลือกนั้นมีปริมาณมากจนใกล้เคียงกับการนำมาทำเป็นอาหารเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับปริมาณการแปรรูปสู่อุตสาหกรรมด้านอาหารก็เยอะมากเช่นกันทั้ง ฟรุกโตสไซรัป สารให้ความหวาน แป้ง ซีเรียล และส่วนประกอบในเครื่องดื่มอื่นๆ

นี่จะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าข้าวโพดนั้นเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันไม่เพียงเพราะการเป็นอาหารอย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้ในการบริโภค อีกทั้งยังใช้ในการแปรรูปมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ด้านต่างๆอีกมากมายอีกด้วย

แล้วประเทศไหนบ้างที่กระโดดมาเล่นในตลาดข้าวโพดนี้ ต้องบอกว่าจริงๆแล้วข้าวโพดมีการผลิตและใช้ประโยชน์อยู่กับทุกๆประเทศเลยครับ เพียงแต่ตลาดใหญ่ทางด้านการส่งออกนั้นต้องยอมรับพี่ใหญ่อย่าง สหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา นั่นเลย ด้วยเพราะเป็นประเทศที่มีความพร้อมในหลายๆด้านด้วยกันทั้งเทคโนโลยีการผลิต เครื่องจักรที่ทันสมัย การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดที่ดี รวมถึงพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกข้าวโพดและได้รับการสนับสนุนจริงจังจากรัฐบาลด้วยครับ จึงทำให้ประเทศดังกล่าวมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดเยอะเป็นอันดับโลกแบบนี้

ในส่วนของการนำเข้าผลิตภัณฑ์ข้าวโพดก็เห็นจะไม่พ้นประเทศที่พื้นที่เพาะปลูกน้อยอย่างกลุ่มสหภาพยุโรป ที่ส่วนใหญ่ภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกรวมไปถึงการนำเข้าผลิตภัณฑ์ข้าวโพดเพื่อมาแปรรูปอีกด้วย หากดูตารางด้านล่างจะพบว่าเราจะเห็นประเทศใกล้ๆบ้านเราอย่าง ญี่ปุ่น เวียดนาม เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งจีนที่เป็นผู้ผลิตข้าวโพดอันดับสองของโลกยังต้องมีการนำเข้ามาด้วยเลยบางส่วนนั้น ท่านสงสัยไหมครับว่าประเทศแถบเอเชียเหล่านี้นำเข้าข้าวโพดมาเพื่ออะไรเยอะแยะ คำตอบคงหนีไม่พ้นการนำมาแปรรูป หรือใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปสำเร็จมาพัฒนาต่อแล้วส่งขายอีกทอดนึงเพื่อทำกำไร ดังเช่นผลิตภัณฑ์ดังๆอย่าง ไซรัป สารประกอบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง นั่นแหละครับ

การส่งออก-นำเข้า ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด ปี 2562-2563*
การส่งออก-นำเข้า ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด ปี 2562-2563*

ข้าวโพดมีกี่ชนิด?

จากข้อมูลของกรมวิชาการการเกษตรพอจะแยกแยะข้าวโพดออกได้เป็น 5 ชนิดด้วยกัน อันได้แก่

  1. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดไร่ (Field Corn)
  2. ข้าวโพดหวาน (Sweet Corn)
  3. ข้าวโพดคั่ว (Pop Corn)
  4. ข้าวโพดแป้ง (Flour Corn)
  5. ข้าวโพดเทียน (Waxy Corn) 
    สำหรับรายละเอียดของข้าวโพดแต่ละชนิด อ่านเพิ่มเติมที่นี่

คุณค่าทางอาหารของข้าวโพด

Wikipedia – http://ndb.nal.usda.gov/ndb/search/list

จากตารางคุณค่าสารอาหารข้างต้นในข้าวโพด 100 กรัมนั้นให้พลังงานคิดเป็น 10-19% ของพลังงานที่รางกายต้องการใน 1 วันเลยทีเดียว ถือได้ว่ามีการให้พลังงานที่สูงพอสมควร

การแปรรูปข้าวโพดมาสู่การบริโภค

จำได้ไหมครับที่ผมบอกว่านอกจากอาหารสัตว์ และการกินเป็นฝักของมันแล้ว มันสามารถนำมาแปรรูปสู่กระบวนการทางอุตสาหกรรมอาหารได้หลากหลาย เรามาเริ่มดูเลยดีกว่าว่ามันนำมาทำอะไรได้บ้าง

แป้ง (flour) อันนี้เป็นกระบวนการเบื้องต้นเลยในการจะนำไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นต่อยอดทำอย่างอื่นต่อ โดยกระบวนการคือนำเมล็ดข้าวโพดที่แก่และแห้งแล้วมาบด แบ่งออกได้เป็น
คอร์นมีล (cornmeal) มีสีเหลือง หยาบ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการนำเมล็ดข้าวโพดแห้งมาบดเลย ไม่ได้แยกอะไรออก มีทั้งเปลือกเมล็ดรวมอยู่ด้วย
คอร์นฟลาวร์ (corn flour) หรือที่บ้านเราเรียกแป้งข้าวโพดนี่แหละครับ มีสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ หรือสีขาวเลย อยู่ที่กระบวนการแยกเอ็มบริโอ ซึ่งวิธีการคือนำเมล็ดข้าวโพดมาแช่ บดแยกเปลือกชั้นนอกออก ผ่านการร่อนแยกขนาดและแยกเอ็มบริโอ เหมาะที่จะใช้ประกอบอาหาร
คอร์นสตาร์ช (cornstarch) ได้จากการนำโปรตีนกลูเต็น(gluten) มาผ่านเครื่องเหวี่ยงจนเป็นแป้งในรูปของสารแขวนลอยเข้มข้น แล้วนำมาแยกกลูเต็นออกอีกครั้งด้วยเครื่องเหวี่ยงแรงสูง จากนั้นล้างและทำให้แห้งจะได้เป็น คอร์นสตาร์ช สำหรับนำมาประกอบวัตถุดิบให้มีความข้นขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ ซอสต่างๆ ใช้เป็นแป้งรีดผ้าและใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้า และการผลิตเด็กซ์ตริน

คอร์นไซรัป (corn syrup) น้ำเชื่อมข้าวโพด หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ แบะแซ ได้จากการใช้คอร์นสตาร์ชนำมาผ่านกรรมวิธีจนเปลี่ยนเป็นน้ำตาลที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลจากอ้อย และไม่ให้พลังงาน ซึ่งนำไปเป็นส่วนผสมในอาหารหลากหลายมาก ด้วยความที่เป็นสารให้ความหวาน เหลวข้นหนืด จึงใช้เป็นสารสำหรับเคลือบผิวของยาวิตามินต่างๆ ใช้เป็นส่วนผสมของลูกอม ใช้เป็นส่วนประกอบในนมผมทารก และอาหารอื่นๆอีกมากมาย

น้ำมันข้าวโพด ทำโดยการแยกเอมบริโอออกจากเมล็ดโดยการนึ่งและบด จากนั้นนำเอมบริโอมาบีบหรือสกัดน้ำมันด้วยตัวทำละลาย จะได้เป็นน้ำมันข้าวโพด ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นน้ำมันประกอบอาหารแล้วยังใช้ในอุตสาหกรรมทำเครื่องชะล้าง ไข สบู่ รวมไปถึง สีน้ำมันอีกด้วย น้ำมันข้าวโพดมีสีเหลืองและกลิ่นหอม เมื่ออุณหภูมิปกติจะไม่มีกลิ่น แต่ถ้าได้รับความร้อนมากขึ้นจะเริ่มมีกลิ่นของข้าวโพดบางๆ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว และมีกรดไขมันที่จำเป็นอยู่มาก เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดี และมีประโยชน์เช่นเดียวกับน้ำมันงา น้ำมันเมล็ดคำฝอย น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน

ข้าวโพดเข้ามาในไทยได้อย่างไร?

ถึงแม้ข้าวโพดจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบละตินอเมริกา แต่ก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัดถึงการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งบันทึกเก่าแก่สุดน่าจะเป็นจดหมายเหตุของลาลูแบร์(Monsieur De La Loubere) ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ช่วง พ.ศ. 2230 ซึ่งระบุไว้ว่า “คนไทยปลูกข้าวโพดแต่ในสวนเท่านั้น และต้มกินหรือเผากินทั้งฝักโดยมิได้ปอกเปลือก หรือกะเทาะเมล็ดเสียก่อน” นั่นแสดงถึงการมีข้าวโพดเพาะปลูกกันบ้างแล้วแม้อาจจะยังไม่มีแพร่หลายเท่าใดนัก แต่การบันทึกข้อมูลหลังจากนั้นพบว่า ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1  หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร อดีตอธิบดีกรมเพาะปลูก (กรมวิชาการเกษตรในปัจจุบัน) ได้ทำการเกษตรส่วนตัวที่ตำบลบางเบิด อำเภอสะพานใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2463 ได้ทดลองนำเข้าพันธุ์ข้าวโพดไร่ชนิดหัวบุบ (dent corn) มาจากสหรัฐอเมริกา และทดลองปลูกเป็นครั้งแรกในประเทศไทยจำนวน 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์นิโคลสันเยลโลเดนต์ (nicholson’s yellow dent) ซึ่งมีเมล็ดสีเหลือง และพันธุ์เม็กซิกันจูน (mexican june) ซึ่งมีเมล็ดสีขาว โดยได้ทดลองปลูกที่ฟาร์มส่วนตัว เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงไก่ไข่ และเลี้ยงสุกร นอกจากนี้ยังได้ส่งไปขายเป็นอาหารไก่ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยต่อมาก็มีอีกหลายหน่วยงานนำไปทดลองปลูกจนแพร่หลายเป็นเวลาต่อมา

แล้วสถานการณ์ข้าวโพดในไทยหล่ะ เป็นอย่างไร?

ต้องบอกว่าข้าวโพดในไทยก็ไม่น้อยหน้าใครเลยครับ หมายถึงในแง่ของการใช้งานการบริโภคโดยภาพรวม ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ในปีพ.ศ.2563 คาดการณ์ว่าประเทศไทยมีความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์ข้าวโพดสูงถึงกว่า 8.44 ล้านตัน แต่เราสามารถผลิตได้จากภายในประเทศเพียง 4.69 ล้านตันเท่านั้น นั่นหมายถึงเราผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการใช้งานจนต้องมีการนำเข้าเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งปัญหานอกจากการนำเข้าธรรมดาแล้ว เรายังพบว่าเกิดปัญหาจากการนำเข้าในรูปแบบต่างๆมาอีก โดยมีข้อมูลว่ามีทั้งการลักลอบนำเข้าข้าวโพดเถื่อนจากชายแดน หรือแม้กระทั่งจากประเทศที่ 3(ประเทศที่ไม่มีชายแดนติดไทย) หรือแม้กระทั่งปัญหาคลาสสิคในปัจจุบันนี้คือการตรวจสอบย้อนกลับถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากข้าวโพดจากทางประเทศคู่ค้าของเราเองโดยเฉพาะทางอียู EU และ อเมริกา คือจากที่เราบอกไปว่าเราผลิตข้าวโพดได้ทำเป็นเลขกลมๆก็แค่เพียง 5 ล้านตันนั้น ปัญหาคือ เราผลิตข้าวโพดจากแหล่งพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิถึง 52% หรือตัวเลขกลมๆคือผลผลิตจำนวน 2 ล้านตันนั้นมาจากแหล่งที่เป็นที่ป่า อีกทั้งพื้นที่ประมาณ 33% ที่เพาะปลูกนั้นอยู่ในแปลงพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวโพดอีกด้วย ซึ่งปัญหาที่ตามมาในกรณีที่ผลผลิตที่ได้จากพื้นที่ป่า คือหากผลผลิตจำนวน 2 ล้านตันที่ว่ามานั้นไปเป็นส่วนผสมของสิ่งใดๆก็ตาม ประเทศคู่ค้าที่อ่อนไหวต่อนโยบายสิ่งแวดล้อมในการตรวจสอบกลับถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ข้าวโพดนั้น อาจแบนสินค้าจากเราได้ ในขณะที่ปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพดก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องเพราะความต้องการข้าวโพดโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีปริมาณสูงมากในแต่ละปี

อีกปัญหาที่เรากำลังเผชิญคือ ปัญหาความต่อเนื่องจากการขาดแคลนข้าวโพด อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นว่าไทยเราต้องใช้มากกว่าที่ผลิตได้เองภายในประเทศ นั่นจึงเป็นปัญหาต่อต้นทุนในการนำเข้าข้าวโพด ส่งผลให้เพิ่มต้นทุนในการผลิตลามไปถึงราคาขายของสินค้าและเป็นปัญหาต่อการแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป อีกทั้งยังไม่มีพืชชนิดใดที่จะมาทดแทนกระบวนการต่างๆแทนข้าวโพดได้เลย นั่นจึงเป็นปัญหาต่อเนื่องที่สำคัญมาก

ยังครับ ยังไม่จบปัญหาเท่านี้หากติดตามสถานการณ์ช่วงหลังๆที่ผ่านมาเราจะพบว่ามีปัญหาที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกายเราด้วยเช่นกัน นั่นคือปัญหาฝุ่นควันพิษ PM 2.5 ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในต้นตอของฝุ่นควันพิษนั้นมาจากกระบวนการจัดการหลังเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร และ ข้าวโพด คือหนึ่งในพืชเกษตรที่ว่านั่น การต้องเผาตอเพื่อเริ่มทำการปลูกในรอบใหม่นี่เองที่ส่งผลให้เป็นควันพิษเพราะด้วยจำนวนแปลงเพาะปลูกที่มีมากมาย โดยประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดกว่า 7 ล้านไร่ และอยู่ทางภาคเหนือกว่า 4 ล้านไร่ ซึ่งบางส่วนเป็นพื้นที่สูงและถูกบุกรุกป่า นั่นจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษดังกล่าว

การใช้ประโยชน์อื่นๆที่ไม่ใช่อาหารมนุษย์และอาหารสัตว์

กลับมาจากปัญหาหนักๆในย่อหน้าข้างบนแล้วนะครับ มาเข้าสู่การเป็นว่าที่รัฐมนตรีของข้าวโพดกัน ในหัวข้อเรื่องนี้ ผมเขียนไว้ว่า “ข้าวโพด จากกรรมกรสู่รัฐมนตรี” นั่นเป็นทรรศนะของผมเองในการยกระดับข้าวโพดให้ดูเทียบชั้นเจ้ากระทรวงต่างๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หากย้อนกลับไปอ่านเรื่องข้าวโพดตั้งแต่แรกเริ่ม ท่านผู้อ่านจะทึ่งกับผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ได้จากข้าวโพด ท่านจะทึ่งกับปริมาณการผลิต การใช้ข้าวโพดในระดับโลกจนมาถึงในระดับประเทศ แต่นั่นมันยังไม่ใช่ทั้งหมด เรื่องทั้งหมดมันอยู่ที่ “ขยะ” หรือ เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากข้าวโพดนั่นเอง

ขยะจากข้าวโพด หากพูดแบบไม่คิดอะไรมากนอกจากลำต้นและรากมันที่ต้องเข้าสู่กระบวนการหลังเก็บเกี่ยวที่จะต้องคิดหาวิธีกันอย่างยั่งยืนในอนาคตแล้วละก็ ผมกำลังพาท่านผู้อ่านเข้ามาสู่ เปลือก และซังข้าวโพด แน่นอนว่ามันเป็นส่วนจากธรรมชาติ 100% และมันย่อยสลายได้ แต่หากการจะก้าวจากกรรมกรที่มีหน้าที่แค่เป็นอาหารธรรมดาๆแล้ว มาสู่รัฐมนตรีในตำแหน่งใหญ่โต การทิ้งปล่อยให้ย่อยสลายเองคงจะไม่ใช่แนวทางอย่างแน่นอน

อย่างหนึ่งที่เรานำมาใช้กันคือ หมักเป็นปุ๋ย หรือ อาหารสัตว์ หรือไม่เช่นนั้นก็นำซังข้าวโพดมาตากแห้งและบดจนเป็นผง จากนั้นก็นำมาทำผงเรียกว่า ซังข้าวโพดบด(Corn Cob) ซึ่งนำมาทำเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ ทำธูปหอม นำมาทำเป็นวัสดุเพาะเชื้อเห็ด และ ทำเชื้อเพลงอัดแท่ง

แล้วอะไรที่จะทำให้มันทะยานจนไปเป็นรัฐมนตรี

อย่างที่ข้างต้นได้อธิบายไปหลายส่วนไปแล้ว ทั้งการเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ รวมไปถึงการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ถูกแปรรูปให้ใช้งานอย่างกว้างขวางทั้งในงานอุตสาหกรรม อาหาร เคมี เป็นพืชที่เรียกได้ว่า ผลผลิตถูกนำไปต่อยอดเป็นสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นหลายเท่าตัว เพียงแค่ตัวอย่างข้างต้นก็เรียกได้ว่า ข้าวโพด ถือเป็นพืชหลักที่ขาดไม่ได้เลยในโลกนี้ และเมื่อมันถูกผลิต แปรรูปออกไปจนเกิดเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มันก็สามารถที่จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดี ซึ่งวัสดุเพาะเชื้อเห็ด และ ทำเชื้อเพลงอัดแท่ง นี่แหละครับ ที่จะเป็นอีกเหตุผลที่จะนำพาข้าวโพดธรรมดาไปสู่จุดนั้น อย่าลืมนะครับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ แต่นี่คือสิ่งที่สามารถทำให้มันต่อยอดออกไปจนเรียกได้ว่า มันไม่ใช่ขยะ อีกต่อไป และบัดนี้ผมจะพาคุณไปรับรู้ข้อมูลที่เป็นจิ๊กซอว์ของส่วนที่เหลือสองส่วนด้วยกัน ฟิ้ววววววว …

วัสดุเพาะเชื้อเห็ด

ทำไมต้องเป็นเห็ด? เพราะปัจจุบันการบริโภคอาหารของเรานั้นเน้นไปที่การบริโภคเพื่อสุขภาพเป็นสำคัญ และเห็ดคือหนึ่งในอาหารสุขภาพที่ดี มีคุณค่า คุณประโยชน์ หาซื้อง่าย มีหลากหลายชนิด สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายแบบ รวมทั้งมีราคาที่เข้าถึงได้ อีกทั้งข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเป็นผู้เพาะเห็ดอยู่ทั้งสิ้น 78 ราย ทั้งนี้ทั้งนั้นมีผู้ประกอบการที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า 1,000,000 บาทถึง 70 รายด้วยกัน ข้อมูลนี้ไม่รวมเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก◘แหล่งเดียวกัน◘ที่ระบุว่า ปี พ.ศ.2562 ประเทศไทยเราเฉพาะภาคการส่งออกผลิตภัณฑ์จากเห็ด มีปริมาณสูงถึงกว่า 7,000 ตัน รวมเป็นมูลค่ากว่า 700,000,000 บาท และมีแนวโน้มคาดการณ์เติบโตสูงขึ้นทุกปี นี่จะเห็นได้ว่า การเติบโตของเห็ดส่งผลให้การผลิตเชื้อเห็ดต้องมีความต้องการในตลาดที่เติบโตตามเช่นเดียวกัน และซังข้าวโพดคือวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำก้อนเชื้อเห็ดหลากหลายชนิดมาก ซึ่งปัจจุบันนิยมนำมาใช้แทนขี้เลื่อยจากไม้ยางพาราที่มีราคาแพงขึ้นมาก นอกจากนี้งานวิจัยจากหลายๆแหล่งยกตัวอย่างเช่นงานวิจัยเรื่องการผลิตเห็ดนางฟ้าในถุงพลาสติกโดยใช้ซังข้าวโพด โดย เยาวพล ชุมพล ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ในงานโครงการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “ราชภัฏวิจัยครั้งที่ 4” ได้ทำการทดลองพบว่าให้ผลผลิตที่ไม่ต่างจากการใช้วัสดุเพาะเป็นขี้เลื่อยไม้ยางพารา และให้ผลผลิตที่ดีกว่าในเดือนที่ 2 รวมทั้งมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเพาะเห็ดมากกว่าขี้เลื่อยยางพาราอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นจึงถือว่าท่านว่าที่รัฐมนตรีของเราสอบผ่านการเลื่อนฐานะจากกรรมกรเข้ามาสู่ตำแหน่งในสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้วตอนนี้อาจจะยังเป็นแค่ ส.ส. หน้าใหม่ในสภา แต่ในย่อหน้าถัดไปเค้าจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้ากระทรวงแล้วครับ

เชื้อเพลิงอัดแท่ง

ทำไมต้องเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง? หากจะบอกว่าพลังงานคือสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศก็คงไม่ผิดเท่าใดนัก และการที่เราจะมีแหล่งพลังงานมาป้อนเข้าสู่ระบบที่พร้อมใช้ทั้งประเทศต้องอาศัยความร่วมมือจากทีมพลังงานอย่างภาคการผลิตไฟฟ้าที่เข้มแข็ง นั่นหมายถึงเราต้องมีแหล่งในการผลิตพลังงานอยู่ในขนาดใหญ่เพื่อรองรับการใช้งานทั้งประเทศได้ เนื่องด้วยคำว่า พลังงาน มันอาจจะดูกว้างไปสักนิด ผมขอตัดภาพมาที่เฉพาะ พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงมันได้ง่าย ในทุกๆวันประเทศไทยเราใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะมากเลยครับ ข้อมูลเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 เราใช้ไฟฟ้าไป 13,641 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยหากแยกเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 1,000 กิโลวัตต์ขึ้นไป ก็ใช้ไฟฟ้าปาเข้าไป 5,793 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง แล้วหล่ะครับ หรือข้อมูลรวมทั้งปี 2561 นั้นเราใช้พลังงานไฟฟ้าไปทั้งสิ้น 187,388.54  ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เข้าไปแล้ว นั่นหมายถึงเราต้องผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งานดังกล่าว แล้วเราผลิตมาจากแหล่งใดบ้าง ข้อมูลจากที่เดียวกันระบุว่าทั้งปี พ.ศ.2561 เรามีกำลังผลิตติดตั้ง 43,372.50 เมกกะวัตต์ และผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าออกมาดังตาราง

ข้อมูลการผลิตพลังงานไฟฟ้า ปี พ.ศ.2561 (หน่วย : ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง)

ซึ่งหากดูจากตารางขั้นต้นแล้วจะพบว่าประเทศไทยเราเองนั้นไม่ได้พึ่งพาแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องจัดหาเพิ่มเติมโดยการซื้อมามากถึง 129,862 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แสดงว่าความต้องการการใช้กระแสไฟฟ้าภายในประเทศมีมากเกินกว่าที่จะผลิตไหว

แม้เราจะพยายามหาทางออกในการเสริมกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังต้องค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมต่อไปอีกสักระยะจนกว่าจะมีมาตรการที่แน่นอนในการรับมือกับสถานการณ์ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในประเทศแบบทุกวันนี้ หากแต่อย่างใดก็ตามแนวโน้มการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานทดแทนก็เพิ่มขึ้นมาพอสมควร คือจากปี พ.ศ.2558 ที่มีกำลังการผลิตรวม 4.55 เมกะวัตต์ และขยับขึ้นมาเป็น 57.78 เมกะวัตต์ในปี พ.ศ.2561 แม้จะยังไม่สามารถมาตอบโจทย์การผลิตที่สู้กำลังการผลิตจากฝั่งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและพลังน้ำที่มีกำลังการผลิตรวมกันกว่า 7,000 เมกะวัตต์ไม่ได้ก็ตามที แต่อย่างน้อยเหนือสิ่งอื่นใด การใช้พลังงานทดแทนก็ตอบสนองการผลิตโดยอาศัยการผลิตที่อ้างอิงจากแหล่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี

เอาหล่ะครับกลับมาที่ว่าที่รัฐมนตรีของเรา แล้วข้าวโพดมีส่วนในเรื่องพลังงานอย่างไร แน่นอนว่าอย่างที่เกริ่นนำไป เราใช้ซังข้าวโพดที่เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่พูดง่ายๆว่าคือขยะ นำไปเข้าสู่กระบวนการการผลิตเป็น เชื้อเพลิงอัดแท่ง เพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงงานประเภทพลังงานความร้อน และการใช้ซังข้าวโพดนั้นจะตอบโจทย์การผลิตได้ดีแค่ไหน ลองมาดูงานวิจัยชิ้นนี้ครับ

งานวิจัย การผลิตเชื้อเพลิงแข็งอัดแท่งจากซังข้าวโพดด้วยเทคนิคเอ็กซ์ทรูชันฯ เป็นงานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมสัมมนาเชิงวิชาการรูปแบบพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทยครั้งที่ 1 โดย อดิศร ถมยา และ วราคม วงศ์ชัย ของสาขาเทคโนโลยีพลังงานคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้ผลสรุปออกมาว่า เชื้อเพลิงอัดแท่งจากถ่านซังข้าวโพดโดยใช้แป้งมันเป็นตัวประสานจะให้ค่าพลังงานความร้อนสูงถึง 6,142 cal/g. ซึ่งมีค่าความร้อนสูงกว่ามาตรฐานที่ 5,000 cal/g. ซึ่งเป็นค่าที่ประกาศโดยสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) นั่นเอง

และนั่นเองจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ซังข้าวโพดเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากคุณเดินทางผ่านจังหวัดที่ปลูกข้าวโพดกันอย่างเป็นหน้าเป็นตาเช่น จังหวัดน่าน แพร่ ลำปาง กำแพงเพชร หรือจังหวัดอื่นๆ คุณจะต้องเห็นป้าย จุดรับซื้อซังข้าวโพด เรียงรายกันอย่างมากแน่นอน แม้ปริมาณในการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าจะไม่ได้เยอะมากอย่างมีนัยยะสำคัญใดใด หากแต่นี่คือจุดที่เรียกได้ว่า ใช้งานข้าวโพดได้ทั้งต้นอย่างแท้จริง ไม่มีส่วนไหนเหลือทิ้งจนเป็นขยะจริงๆได้เลยแน่นอน มันมีคุณค่าและตอบโจทย์กับโลกเราแบบนี้แหละครับ ท่านรัฐมนตรีข้าวโพด

สรุป อีกครั้ง!!

ด้วยสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน จนถึงการคาดการณ์ในอนาคต ข้าวโพด ยังคงเป็นพืชที่มีความต้องการสูงเกินกว่ากำลังการผลิตในปัจจุบันอย่างแน่นอน ความต้องการข้าวโพดทั้งการบริโภค การแปรรูป รวมไปถึงการเป็นอาหารสัตว์ที่แนวโน้มการบริโภคเนื้อสัตว์จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์สูงขึ้นตามมา รวมทั้งการวิจัยพัฒนาต่อยอดการใช้ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดยังมีอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มการบริโภคผลผลิตทั้งทางตรง ทางอ้อมของข้าวโพดจึงสูงขึ้นตาม ท่ามกลางความต้องการข้าวโพดในตลาดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การจัดการปัญหาต่างๆก็ย่อมต้องถูกบริหารจัดการให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา ส่งเสริมการเพาะปลูก การแปรรูปต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องของนโยบายการจัดการในแต่ละประเทศนั่นเอง แต่ถึงจุดนี้แล้ว จากข้อมูลต่างๆที่ประจักษ์มานี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ จากกรรมกรข้าวโพด ในวันนั้น บัดนี้ เค้ากลายเป็น ท่านรัฐมนตรีข้าวโพด ไปเสียแล้วละครับ

corn
ภาพโดย vikvarga จาก Pixabay

อ้างอิง
World of corn
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
Bloggang
การผลิตข้าวโพดในประเทศไทยเพื่อการส่งออก
คลังความรู้ดิจิตัล มก.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

<strong>Mr.Good</strong> (<em>Admin</em>)
Mr.Good (Admin)

นักนิยมศึกษาธรรมชาติ ออกเยื้องยาตรลุไปในไพรสณฑ์
ล่องเหนือจรดใต้ตามกมล
เฉกเช่นคนรักษ์ป่าน่าดูจริง

ใจหาย

อาการใจหาย

Mr.Good in Blog
  ·