Blog, Khanchaisong, MOAAW

ในทรรศนะของฉันกับหนึ่งวันบนดาวเคราะห์ (ตอนพิเศษ)

เราตอบคำถามการใช้ชีวิตของเราครั้งสุดท้ายตอนไหน เราเคยถามคำถามเหล่านี้ไหม ชีวิตเราเคยทำอะไรที่มันแตกต่างจากเดิมไหม เรากำลังเชื่อสิ่งใดเพราะใครบอกหรือเรารู้ด้วยตัวเราเอง สิ่งอะไรก็ตามที่มันเกิดเพราะอะไร หรือเพราะมันต้องเกิดอยู่แล้ว แล้วอะไรคือประโยชน์จากการที่เรามีชีวิตอยู่?

Written by Mr.Good · >

ทรัพย์สินมีค่า

เออช่วงนี้หลายคนถาม จะเก็บทรัพย์สินของเราเป็นอะไรดี ผมเลยตอบไปว่า “ชีวิต” ลองคิดเล่นๆว่าถ้าเวลาหนึ่งเราจะเอาของไปได้แค่เพียงติดตัวแบบชาวยูเครนตอนนี้ คุณจะเอาอะไรไป ต้องการหอบหิ้วไปเยอะขนาดไหน ของสำคัญที่สุดไม่ใช่เงินทอง แต่คือชีวิตที่จำเป็นต้องมี อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เสื้อผ้า และที่ซุกหัวนอน ลองไปศึกษาเรื่องการ “ปันส่วน” ช่วงสงครามโลกได้ เอาง่ายๆที่ประเทศอังกฤษ คนมีเงินเยอะแยะแต่ไม่สามารถจะซื้ออาหารได้ ต้องรอรัฐบาลหรือหน่วยงานท้องถิ่น หรือบางที่เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มาจัดสรรอาหาร น้ำดื่ม ยา เสื้อผ้า เครื่องนอน ให้กัน บางรายต้องรอนานเป็นอาทิตย์ๆกว่าจะได้รอบใหม่ ขนมปัง 3 แผ่น นม 1 ขวด เนย 1 ก้อน ต่อบ้านหนึ่งหลังมันจะไปพอเหี้ยอะไรครับ ทั้งบ้านมีกี่คน?

แต่บ้านเราไม่น่าจะเกิดวิกฤติในระดับนั้นหรอกครับ พอสบายใจได้ บ้านเรายังพอมีที่ทาง ให้สร้างอาหารได้อยู่ในระดับที่ดี ขอแค่อย่ามีกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนก็พอเป็นอันใช้ได้ แหล่งน้ำใต้ดินก็ยังพอมีในระดับที่เลี้ยงคน และทำการเพาะปลูกได้ดี ขอให้มีแหล่งพลังงานในการสูบขึ้นมาใช้ก็พอ สมุนไพรบ้านเราเต็มบ้านเต็มเมืองเอามารักษาโรคเบื้องต้นได้ ขอแค่ให้ดูเป็นว่าต้นอะไรเป็นต้นอะไร ที่หลับที่นอนก็มากมาย ตามต่างจังหวัดบ้านร้าง ที่ทางมีเยอะแยะ อาคารเอนกประสงค์ก็มากเหลือๆ ขอแค่ยังมีระบบสาธารณูปโภคที่ยังใช้ได้ น้ำ ไฟ มีเป็นอันได้ ดูเพ้อๆนะแต่ก็น่าคิดหากมันเกิดขึ้นแบบ Worst case ก็คงลำบากกันหมด หลายคนบอกบ้า ไม่เป็นขนาดนั้นหรอก งั้นเรากลับมาที่เรื่องใกล้ตัวเราที่สุด ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ไม่เกี่ยวกับระบบโลก เกี่ยวกับตัวเราล้วนๆอย่าง “หนี้” ทุกวันนี้เราจัดการกับมันอย่างไร เราจะเอาตัวรอดจากหนี้ด้วยวิธีไหน เรายังจัดการได้ยากอยู่เลยนะ เพราะเราคิดว่าอนาคตบางอย่างมันไม่จำเป็นต้องคิด เอามาก่อน หาใช้ทีหลังได้ ไม่มีปัญหา แล้วไง? มันกลายเป็นไม่ได้อย่างที่คาดคิด ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง พอไม่มีใช้คืนก็เกิดปัญหาตามมาหลายเรื่องหลายราว เรามองอนาคตและเตรียมรับมือกับมันขนาดไหน? นี่แค่เรื่องที่ใกล้ตัวเรา

ไม้ขีดไฟในกล่องจะไหม้เมื่อเราเอาออกมาขีด แต่มันก็พร้อมจะติดไฟได้นะ

คล้ายๆกับบางคนช่วงที่โควิดระบาดใหม่ๆทุกคนตื่นกลัวกัน มีข่าวว่าเชื้อโควิดติดอยู่บนธนบัตรได้ และมีชีวิตอยู่บนธนบัตรได้ 14 วัน ใครจับเงินช่วงนั้นโห ระดมฉีดแอลกอฮอล์ทั้งฝ่ามือทั้งบนธนบัตร กระเป๋าตังค์กันยกใหญ่ พอกลับถึงบ้านไปถอดเสื้อผ้าที่ผจญฝุ่นควัน เหงื่อ เชื้อโรคมาทั้งวัน ใส่ไว้ในตระกร้าผ้าที่อยู่ในห้องนอน หรืออยู่ในห้องที่เราเดินวนเวียนอาศัยอยู่ในนั้น แล้วรอ 3 วันค่อยนำไปซักทีนึง เพื่ออะไร? เชื้อโรคมันไม่ติดเสื้อผ้าไปเพราะเค้าไม่ได้ประกาศใช่ไหม รองเท้าเราหล่ะ ที่เหยียบย่ำอะไรไปทั่วไม่มีเชื้อโรคบ้างหรอ หรือในรถยนต์แอร์เราเอาอากาศมาจากไหนหมุนเวียนในรถหล่ะ เวลาเปิดปิดประตูรถยนต์คิดว่าอากาศข้างๆมันไหลเข้าไหลออกไปในรถยนต์บ้างไหม?? เราคิดถึงสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า เราเคยดูสิ่งต่างๆให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ไหม ผมเชื่อว่าไม่ อย่าลืมครั้งต่อไป เวลานอนเชื้อโรคที่เกาะอยู่ในรูหูของคุณ อาจหล่นลงใส่หมอนใบโปรดของคุณก็เป็นได้ คุณกำลังลืมล้างในรูหูตัวเองด้วยแอลกอฮอล์ 75% อยู่หรือเปล่า 555

ตัวโกงเกม

มนุษย์เราเป็นสัตว์โลกที่โกงกว่าสัตว์ประเภทอื่นๆ เรามีสัญชาตญาณในการดำรงชีวิต ที่ได้จากการกำหนดรู้ในอนาคตคร่าวๆได้แบบเดียวกับสัตว์ต่างๆ เช่น รู้ว่าเดือนไหนเริ่มจะเข้าสู่ฤดูหนาว หมายถึงว่ามันจะแห้งแล้ง แหล่งอาหารการกินจะเริ่มลดน้อยลง การอยู่อาศัยจะเริ่มลำบาก สัตว์ต่างๆก็จะเริ่มมีการตระเตรียมการบางอย่างไว้ บางชนิดก็เริ่มสะสมไขมันตนเองเพื่อป้องกันความหนาวเหน็บ บางชนิดก็เริ่มเก็บอาหารเพื่อป้องกันความอดอยาก บางชนิดก็เริ่มหาที่อยู่อาศัยใหม่ หรือย้ายถิ่นฐานชั่วคราวเพื่อหนีหนาว แต่มนุษย์เรากลับใช้วิธีโกง เราใช้ไฟในการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้ เราใช้เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์ได้ เราดัดแปลงที่อยู่อาศัยเราให้ป้องกันความหนาวเหน็บได้ เรามีการถนอมอาหาร หรือผลิตอาหารในครั้งละมากๆได้ เห็นไหมว่าสัตว์ต่างๆมันมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดที่เหมือนๆกัน โดยการหยั่งรู้อนาคตเบื้องต้น แต่ต่างกันตรงมนุษย์ใช้วิธีที่เบียดเบียนธรรมชาติมากกว่า ใช้ไฟต้องใช้ฟืนต้องตัดไม้ ทำเสื้อกันหนาวใช้ขนสัตว์ฆ่าสัตว์หรือตัดขนปล้นมาจากมัน หรือใช้ผ้าฝ้ายหรอเราเอาฝ้ายมาจากไหนอุตสาหกรรมฝ้ายส่งผลให้คนงานเป็นโรคบิสสิโนสิส(Byssinosis)ทำลายปอดพวกเค้าเท่าไร และนอกจากนี้เสื้อผ้าฝ้าย 1 ตัว ต้องใช้น้ำมากถึง 2,700 ลิตรในการเพาะปลูกฝ้ายขึ้นมา ซึ่งเท่ากับปริมาณน้ำที่คนเราใช้กินได้ถึง 3 ปี คุ้มหรอ? หรือใช้ผ้าไหมหรอเราทำลายรังมัน กำหนดอนาคตของหนอนไหมให้หยุดแค่เพียงดักแด้เพื่อมาเป็นเครื่องนุ่งห่มเราได้ลงคอเลยหรอ หรือใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ทำจากอุตสาหกรรมน้ำมันที่สกปรกอะนะ เอาจริงดิ? แล้วถ้าเราจะปรับปรุงบ้านหล่ะเพื่อปกป้องความหนาวเหน็บ เราก็ต้องมีการตัดไม้เพิ่ม ขุดทรัพยากรต่างๆมาใช้เพิ่ม มันคือการทำลายทรัพยากรที่ไม่จำกัดที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือกำลังทำลายทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดโดยไม่จำกัดกันหล่ะ แล้วถ้าจะเก็บอาหาร เราก็ต้องผลิตอาหารมาให้เยอะๆเพื่อมาเข้าสู่กระบวนการถนอมอาหารที่ต้องใช้วัตถุดิบครั้งละมากๆให้เพียงพอต่อการลดลงของน้ำในน้ำหนักอาหารเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะต่อการนำมาใช้คืนรูปอาหาร เราผลิตอาหารเยอะมากในแต่ละปี ทั้งๆที่มีผู้คนทั่วโลก ตายจากความอดอยากราว 11 คน ในทุกๆ 1 นาที ตายเยอะกว่าโรคโควิดอีก ทำไมเราไม่แจกอาหารกันบ้าง แจกแต่วัคซีน? เป็นบ้าอะไรกัน?

planet

บ้านสองหลังก็อร่อยเหมือนกันค่ะ

ทุกวันนี้ผมมีทั้งบ้านไม้ และบ้านปูน ถ้าจะถามว่าอะไรทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากกว่ากันคุณจะตอบว่าอะไร ถ้าบ้านไม้ของผมมีเสาไม้สักขนาดสองคนโอบยี่สิบกว่าต้น มีคาน ลูกตั้ง วงกบที่ทำจากไม้ประดู่ ฝาบ้านหน้า 6 เป็นไม้สักทั้งหลังยันถึงโครงหลังคา ไม้พื้นไม้มะค่าหนา 6 กระเบียด 1 หลังที่ว่ามานี้ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ คุณคิดว่าบ้านหลังนี้ใช้ไม้กี่ต้น ต้องใช้พื้นที่ปลูกกี่ไร่ ทำลายทรัพยากรไปเท่าไร แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนจะตัดสินอะไร เราลองไปดูบ้านปูน บ้านปูนหนึ่งหลัง ใช้ปูนซีเมนต์ หิน ทราย เหล็ก กระเบื้องทำมาจากดินที่ไปอบจนเป็นเซรามิค ถามว่าใช้ไปเท่าไรไม่มันเท่าไร ถามว่าเราใช้ทรัพยากรอายุเท่าไรจะดีกว่า ต้นไม้ที่ใช้สร้างบ้านหลังแรก อายุมากสุดก็น่าจะเป็นเสาไม้สักสองคนโอบอายุน่าจะราวๆ 60 ปี นอกนั้น ไม่เกิน 20 ปีก็ใช้ได้แล้ว พื้นที่ปลูกสัก 40 ไร่เลยเป็นไง เน้นห่างๆ ปลูกไปแล้วตัดแล้ว เราปลูกใหม่ได้อีกยี่สิบปีตัดใช้ได้อีก ค่อยปลูกอีก มันหมุนเวียนได้ใช่ไหมแบบนี้ ทำลายทรัพยากรไหม แล้วบ้านปูนอีกหลังหล่ะเรากำลังใช้หินแร่อายุ 260 ล้านปีมาก่อสร้างบ้านอันแสนอบอุ่นในขนาดน่ารักๆของเรา เราใช้เหล็กที่ทำมาจากแร่แมกนีไทต์ที่อายุพอๆกับการเกิดโลกของเราไม่นานเท่าใด ว๊าว เราใช้วัสดุที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับโลกของเรามาทำบ้านเราแจ๋วไหมหล่ะ คราวนี้ใครมาบ้านก็อย่าลืมโชว์อายุบ้านเรานะว่า บางส่วนมันเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับโลกใบนี้เลยนะ ส่วนพื้นที่ในการหาแร่เหล่านี้นะหรอ เราต้องเปิดหน้าดินขนาดไม่ต่ำกว่า 60 ไร่ แล้วขุดลงไปยังแหล่งแร่ ยังไม่รวมพื้นที่ที่ใช้ในการถลุงแร่ คัดแร่ การหลอม การแปรรูป รวมไปถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ แล้วยังไง? ผมกำลังบอกถึงสิ่งที่มันสร้างทดแทนกันได้ กับสิ่งที่เราใช้แล้วหมดไป หรือต้องรอเวลานานเท่าใดกว่าจะมีมันขึ้นมาใช้อีก เก็ทไหมครับ หมายถึงบ้านไม้ดีกว่าหรอ ไม่ ผมไม่ได้พูดว่ามันดีกว่าที่เพียงเพราะมันหมุนเวียนหรือปลูกทดแทนกันได้ เพราะตัดไม้ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอยู่ดี ผมกำลังพูดถึง ไม่ว่าอย่างไร ทางไหน มนุษย์ก็เบียดเบียนธรรมชาติอยู่ดี เราพึ่งพาธรรมชาติ แล้วเราดูแลมันมากแค่ไหน เก็ทไหมครับ

สุดท้าย

สุดท้ายทั้งคุณทั้งผม เราต่างแสวงหาประโยชน์ต่างๆให้ตนเองมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จากอะไร? เพื่ออะไร? คนไทยเราผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย 80.4 ปี ส่วนผู้ชายอายุเฉลี่ย 73.2 ปี เราเอาอะไรไปบ้างหลังความตาย ทำไมไม่สนใจตอนอยู่ และทำไมไม่สนใจตอนที่ลูกหลานเรายังต้องอยู่ เรากำลังทำอะไรกับ “ชีวิต” กันแน่? ฝากไว้ให้เอ่อ ตู่ดีไหม หรือทักกี้ ฝากไว้ให้คิดแล้วกัน

ถ้าคุณเชื่อในธรรมชาติ ขอให้ปัญญาเป็นอาหารที่ล้ำเลิศแด่คุณ …

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

สามารถสนับสนุนเราได้ทางช่องทางต่อไปนี้

Lightning network (Tippin Me)

LN-tippin-me

Bitcoin

BitcoinQR

หรือสนับสนุนผ่านช่องทาง Verified creator เพียงแวะชม หรือให้ทริปเราผ่านเว็บบาวเซอร์ Brave

<strong><span style="color:#ffffff" class="tadv-color">Mr.Good (</span><em><span style="color:#ffffff" class="tadv-color">Admin</span></em><span style="color:#ffffff" class="tadv-color">)</span></strong>
Mr.Good (Admin)

นักนิยมศึกษาธรรมชาติ ออกเยื้องยาตรลุไปในไพรสณฑ์
ล่องเหนือจรดใต้ตามกมล
เฉกเช่นคนรักษ์ป่าน่าดูจริง