Blog

Brave Browser ยิ่งใช้ ยิ่งปกป้อง ยิ่งเงียบ และยิ่งได้ Cryptocurrency

จะดีไหมถ้าการท่องอินเตอร์เน็ตของคุณนั้น คุณสามารถที่จะจัดการกับข้อมูลส่วนตัวคุณไปพร้อมๆกับการที่ใช้งานเว็บไซต์ต่างๆแล้วได้เหรียญ Cryptocurrency มาเก็บไว้ได้ด้วย อำนาจในข้อมูลของคุณคุณเลือกได้ที่จะปกปิดมันหรือเปลี่ยนมันเป็นเงินด้วยตัวเอง

Written by Mr.Good · >
brave browser logo

สวัสดีครับวันนี้ A Good Many นะขอนำเสนอเรื่องราวของเว็บบราวเซอร์ที่ชื่อว่า Brave ซึ่งเป็นเว็บบราวเซอร์ที่พัฒนาบนโครงการ Opensource โดยชูจุดเด่นที่ การปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และจ่ายรางวัลเป็นเหรียญคริปโตให้กับผู้ใช้หรือคนทำเว็บไซต์ แค่ฟังแค่นี้ก็ว๊าวแล้ว เรามาลองไปทำความรู้จักเจ้า Brave กันต่ออีกสักนิดกันครับ

จุดกำเนิด Brave browser

Brave browser พัฒนาโดยบริษัท Brave Software, Inc. ซึ่งปล่อยเวอร์ชั่นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 แต่ก่อนหน้านั้นถูกพัฒนามาโดยเริ่มแรกเมื่อราวๆปี พ.ศ. 2558 โดยผู้ก่อตั้งคือนาย Brendan Eich และนาย Brian Bondy ซึ่งอาศัยการพัฒนาต่อยอดพื้นฐานมาจากโครงการยอดนิยมอย่าง Chromium ที่มีผู้พัฒนาหลักอย่าง Google ซึ่งถือเป็นโครงการเว็บบราวเซอร์แบบ opensource ที่นิยมนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นเว็บบราวเซอร์ดังๆอย่าง Google Chrome, Microsoft Edge, Opera หรือแม้กระทั่ง Samsung Internet ที่เบาและเร็วมากบนอุปกรณ์ของ Samsung นั่นเอง

แต่เดิม Brave browser ถูกพัฒนามาเพื่อเป็นเว็บบราวเซอร์ที่มีแนวคิดในการบล็อคโฆษณาต่างๆบนเว็บไซต์ ทำให้ไม่รกหูรกตา ทำให้ใช้งานการเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องมัวไปดาวโหลดโฆษณาเข้ามาแสดงผลด้วยนั่นเอง ต่อมาแนวทางการพัฒนาการโฆษณาบนเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือเมื่อก่อนต้องจ้างผู้สร้างเว็บไซต์ให้ใส่โฆษณาลงไปแสดงในเว็บนั้นๆ เป็นการแอบดูความต้องการของผู้ใช้ผ่านทางการค้นหาแบบที่ Google หรือ Facebook ทำในปัจจุบันนี่แหละครับ แล้วยัดลงไปในพื้นที่ส่วนที่ต้องการแสดงโฆษณานั้นๆแทน ทำให้การบล็อคโฆษณาต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีตามมา แต่มันก็ยังไม่ตรงจุด เพราะการที่มีโฆษณาเกิดขึ้นได้นั้นเป็นเพราะเราต้องพิมพ์ค้นหาลงไปก่อนนั่นเอง ผู้พัฒนา Brave browser จึงมีแนวคิดที่ทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป

It’s your data, your choice.

Brave browser มีแนวคิดที่แตกต่างกันกับเว็บบราวเซอร์เจ้าดังๆเจ้าอื่นในการบล็อคการติดตามของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานเข้าไปใช้งาน ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นค่าเริ่มต้น(นั่นหมายถึงเราสามารถเข้าไปปิดการทำงานส่วนนี้ได้) แนวคิดดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวในการท่องเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน ซึ่งส่วนนี้เว็บบราวเซอร์เจ้าดังๆมักนำการติดตามการใช้งานผู้ใช้นี้รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผลเป็นโฆษณาเพื่อนำเสนอให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ส่วนนี้เรามักจะเห็นบ่อยๆที่สมมติเราพิมพ์ค้นหาเรื่อง บ้าน ในเว็บบราวเซอร์หนึ่ง ต่อมาเรามักจะเห็นโฆษณาต่างๆเกี่ยวกับการสร้างบ้าน อุปกรณ์สร้างบ้าน เสนอขายที่ดิน บ้านสำเร็จรูป หรือบริการต่างๆนานาเกี่ยวกับบ้านตามมา ในทุกๆช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาตามเว็บอื่นๆที่เราเข้าไปชม ตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น facebook Instagram Tiktok หรือไปแม้กระทั่งใน Youtube บางรายอาจมีโทรมาขายของเลยก็มี นั่นคือความเป็นส่วนตัวของเราถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดของเจ้าของเว็บบราวเซอร์นั้นๆ มันหมายถึงเราพิมพ์ค้นหาอะไร ทั่วโลกรู้ ทุกคนรู้ รู้ไปยันถึงบริษัทที่ต้องการข้อมูลความต้องการของลูกค้าที่อาจจะมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่เราอาจไปใช้งานในอนาคต เค้ารู้ความต้องการของเราก่อนแล้วด้วยซ้ำ Brave browser ก็เลยชูส่วนนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมากขึ้น ปกป้องการค้นหาของเรา และอีกอย่างคือเจ้าตัว Brave เองก็เคลมว่าไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้งานแต่อย่างใดอีกด้วยนะ

https://brave.com/

Independent search, Real transparency

นอกจากนี้ส่วนของการปรับปรุงการค้นหาที่ Brave ชูจุดเด่นอีกเรื่องคือ การไม่ปิดกั้นเนื้อหาใดใด คือเรื่องทุกเรื่องที่มีเส้นทางให้เราเข้าไปดูได้ เราก็สามารถเข้าไปดูได้ ไม่ถูกเบี่ยงเบน ชี้นำ หรือปิดกั้นไม่ให้เราเข้าถึงส่วนของข้อมูลนั้นๆ ทำให้บางครั้งเราอาจจะได้รับข้อมูลที่ปกติหาไม่ได้จากที่อื่นนั่นเอง ปล.ต้องใช้ Brave search นะจ๊ะ

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดกำเนิดของ Brave browser ซึ่งใส่มาให้ในทุกรุ่นเลยนั่นคือ การบล็อคโฆษณา และเป็นส่วนสำคัญเพราะมันค่อนข้างฉลาดในการบังคับปิดโฆษณาเบื้องหลังให้เราได้ด้วย ทำให้ไม่ค่อยพบโฆษณากวนใจมากนักเมื่อเทียบกับการใช้ Extension ที่เป็นส่วนขยายของ Google Chrome ที่เรียกได้ว่านี่ป้องกันโฆษณาแล้วหรอ!!

และต่อจากนี้ไปนี่คือหนึ่งในจุดเด่นที่ Brave browser เด่นขึ้นมาทันที

Independent search? Real transparency? ??????
https://brave.com/

555 สำหรับใครที่เพิ่งทราบข่าวมาสดๆร้อนของ CEO ของเว็บบราวเซอร์ชื่อดังอย่าง DuckDuckGo นั้นพอจะทราบคร่าวๆได้แล้วว่า DuckDuckGo นั้นเพิ่งจะทิ้งจุดเด่นของตัวเองที่คนนิยมใช้ออกไปหมาดๆ โดยการปรับลดอัลกอริธึมบางอย่างในการแสดงผลเกี่ยวกับกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครนไป ทำให้มันไม่ organic นั่นเอง การชี้นำ ปรับลดการแสดงผลที่ควรจะเป็นเรื่องของสิทธิของผู้ใช้งานในการค้นหา หรือเลือกเอง ที่ DuckDuckGo เคยแสดงให้เห็นมาตลอดว่าเค้าคือ Number 1 ตอนนี้กลายเป็นโยนมาให้ Brave ไปแล้ว

ที่พูดมาทั้งหมดอย่างที่บอกมันคือโลกของการใช้ Free ฟรี ไม่เสียตังค์ และเป็น opensource นั่นหมายถึงคุณสามารถตรวจสอบการทำงานของโค้ดโปรแกรมเบื้องหลังการทำงานของมันได้ทุกบรรทัด เอาไปพัฒนาต่อเองอีกก็ได้ถ้าจะขยันขนาดนั้น 555 อะเอานี่ไป https://github.com/brave/brave-browser มันเปิดเผยโชว์หราอยู่ที่ github แล้ว

โมเดลใหม่ในการหล่อเลี้ยงสังคมชาวเน็ตให้อยู่ไปด้วยกัน

Brave browser สามารถสร้างรายได้ให้กับคนเล่นเน็ตได้ด้วย รวมไปถึงยังสามารถหล่อเลี้ยงตนเองได้จากการแสดงโฆษณาเหล่านั้น และยังมีเงินจ่ายให้กับนักพัฒนาคอนเทนต์ หรือเจ้าของเว็บไซต์จากส่วนแบ่งรายได้จากการโฆษณาอีกด้วย หรือทางผู้สร้างเว็บเองก็สามารถรับทริปสนับสนุนจากผู้ชมเว็บได้เช่นกัน หือ? ได้เงินมาแบ่งให้กับทุกคนในสังคม Brave Environment ได้อย่างไร

ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ?

หลายคนอาจสงสัยว่า ก็ในเมื่อเค้าไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้งาน แล้วเค้าจะเอาข้อมูลเราไปขายเพื่อรับโฆษณามาได้อย่างไร หรือเอาเงินไหนมาจ่ายให้เราซึ่งเป็นผู้ใช้งาน หรือเอามาจ่ายให้กับผู้สร้างเว็บไซต์กันหล่ะ ผ่าม!!! อย่างนี้ก็โป๊ะแตก แอบหลอกเอาข้อมูลเราไปใช้หล่ะสิ

555 ไม่ใช่ครับ ทาง Brave เองแกมีโมเดลใหม่อย่างที่บอก ในเมื่อเราเบื่อโฆษณา ไม่สนใจเลย เราก็ไม่ได้อะไรจริงไหมครับ แต่ถ้าหากเราอยากจะมีรายได้ เราก็แค่ทำการปลดล็อคส่วนที่ระงับการโฆษณานั้นซะ แล้วเลือกเอาว่าเราสนใจอยากจะมีส่วนร่วมกับโฆษณาประเภทไหน เพื่อที่เราอาจมีสิทธิได้รับรางวัลตอบแทนในการดูโฆษณาเหล่านั้น นั่นหมายถึง รายได้จากการที่บริษัทขายสินค้าต้องการโฆษณาสินค้าตัวเอง ส่งถึงมือคนที่ดูโฆษณาไปด้วย ถือเป็นส่วนแบ่งในโมเดลทางธุรกิจที่ไม่เลวเลย แล้วเค้าทำแบบไหน ??

https://www.newson6.com/story/5e7e3b70065c486efd6d19a4/brave-browser-review–details-and-features-how-good-is-it

คำตอบคือ สร้างสังคมของการใช้งานมาใหม่ โมเดลของเค้าถ้าจะมองตามแผนภาพด้านบนจะเห็นว่ามันจะเกิดความสัมพันธ์ของสังคมอินเตอร์เน็ต โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลักๆ 3 ส่วนคือ

  1. ผู้ใช้งาน (อยากหาข้อมูล อยากดูนั่นนี่ แต่ก็อยากได้ตังค์ด้วย 555)
  2. ผู้ทำเว็บ หรือทำคอนเทนต์ (ในการเป็นพื้นที่ติดต่อทั้งคนใช้งานที่เข้ามาดู และเปิดพื้นที่ให้เกิดโฆษณา)
  3. คนลงโฆษณา (อยากจะขายของ อยากโฆษณา อยากให้คุณรู้)

สามส่วนดังที่กล่าวมาคือ Tokenomics เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของ เงินในระบบ และแยกส่วนการทำงานออกจากกัน โดยให้สิทธิแก่ผู้ใช้งานเหนือสิ่งอื่นใดเป็นหลัก ผู้ใช้มีสิทธิที่จะเลือกรับโฆษณาอะไร แบบไหน เมื่อไรก็ได้ เป็นรูปแบบที่ไม่ได้เกิดจากการเอาข้อมูลของเราไปขายแบบดังโมเดลของ Google หรือ Facebook ที่ Brave ต่อต้าน แล้วคำถามต่อไปคือ จะใช้เงินในระบบอย่างไร? ในเมื่อแต่ละคนมีสิทธิในการจัดการชีวิตตนเองได้ การบริหารเงินในระบบจะทำอย่างไร

คำตอบการบริหารระบบเงินคือ เหรียญ BAT(basic attention token) นั่นเอง มันคือ Cryptocurrency? ใช่แล้วครับ มันเป็นเงินดิจิตอลที่ Brave ออกแบบมาใช้ในการลงซื้อโฆษณาของผู้ต้องการโฆษณา เมื่อซื้อเหรียญ BAT ในการโฆษณาใดๆ แล้วผลประโยชน์มันจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนที่ไม่เท่ากันดังภาพด้านล่าง โดยที่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ 55% จะตกแก่ผู้สร้างเว็บไซต์ที่ผู้สร้างโฆษณาเอาไปฝากแปะไว้ที่ช่องทางที่เปิดไว้ให้นั่นแหละ ส่วนผู้ใช้งานอย่างเราๆก็จะได้ 15% ไปโดยที่แค่นั่งดูผ่านๆ แค่นั้น

https://brave.com/braves-response-to-the-naa-a-better-deal-for-publishers/

ถามว่า โฆษณามันจะออกมาได้ไงในเมื่อบอกว่า ข้อมูลผู้ใช้ไม่ถูกส่งออกไปประมวลผลข้างนอก จริงๆใน Brave browser มันก็จะมีอัลกอริธึมหนึ่งที่ทำงานเฉพาะในส่วนของผู้ใช้งานเท่านั้น หากผู้ใช้งานยินดีเปิดรับโฆษณา ตัวอัลกอริธึมนี้ก็จะทำงานเพื่อจับคู่กับโฆษณาที่เหมาะสม โดยดูจากประวัติการเข้าเว็บไซต์ของเราที่ผ่านมา แล้วนำมาแสดงผลให้ดู ย้ำ!! ว่าอยู่ในเครื่องผู้ใช้งานเท่านั้นข้อมูลความเป็นส่วนตัวเรายังไม่ถูกใครเอาออกไปดูได้ เรามีสิทธิในข้อมูลของเรา 100 % เลยนั่นเอง ซึ่งเมื่อเราซึ่งเป็นผู้ใช้งานดูเราก็จะได้ส่วนแบ่งจากโฆษณานั้นๆด้วย 15% อย่างที่บอก ประมาณ 0.01 BAT เป็นอย่างน้อย หรือตามสัดส่วนที่มีการลงโฆษณาของผู้ลงโฆษณา และที่สำคัญเหรียญที่เราได้รับนั้นเราสามารถเก็บไว้แล้วเอาไปแลกเป็นเหรียญอื่นๆ หรือนำไปใช้จ่ายอะไรอื่นๆก็แล้วแต่เรา หรือเราจะนำไปจ่ายสนับสนุนเว็บไซต์ต่างๆที่เราชื่นชอบ เป็นช่องทางในการหารายได้เพิ่มของเว็บไซต์หรือผู้สร้างคอนเทนต์อีกด้วย มีตัวเลือกได้ว่าเราจะให้ทริปแบบครั้งเดียวหรือจ่ายให้เป็นรายเดือนเป็นการสนับสนุนแบบแฟนตัวยงไปเลยก็มี นอกจากนี้หากเงินในกระเป๋าเราไม่พอก็ยังซื้อเหรียญ BAT เพิ่มได้ หรือนำไปคืนสู่ระบบให้ทางผู้ที่จะลงโฆษณาในครั้งต่อไปนำเหรียญนั้นมาหมุนเวียนได้อีก ดังภาพที่อธิบายด้านล่าง

https://brave.com/braves-response-to-the-naa-a-better-deal-for-publishers/

จะเห็นได้ว่าเมื่อเรามีอธิปไตยด้วยตนเองได้ อำนาจในการจัดการความเป็นส่วนตัวของเราถูกนำไปใช้ต่อรองกับคนที่สนใจจะมาโฆษณาตามความสนใจของเราจริงๆแล้ว มันก็สามารถทำเงินให้เราได้เช่นกัน มันจะดีกับทุกๆฝ่ายในสังคมอินเตอร์เน็ตนี้เลย เพราะเราที่เป็นผู้ใช้งานก็ได้ความเป็นส่วนตัวของเรา ข้อมูลความเป็นส่วนตัวของเราไม่ถูกนำไปสร้างรายได้ให้ผู้อื่น แถมไม่ได้อะไรกลับมา เราสามารถจะจัดการเปลี่ยนมันเป็นรายได้ของเราเองได้เลย หรือถ้าเราต้องการความเป็นส่วนตัวสุดๆก็เลือกที่จะปิดรับโฆษณาไปได้เลย ไม่มีเงื่อนไข ในขณะเดียวกันผู้ที่สร้างเว็บไซต์ทำคอนเทนต์เองก็ได้รับส่วนแบ่งจากการที่มีโฆษณามาตรงใจผู้ใช้งานเว็บเรา โดยได้รับส่วนแบ่งมากถึง 55% เลยทีเดียว สร้างผลประโยชน์ร่วมกันทั้งระบบ แถมที่สำคัญ ผู้ลงโฆษณาก็ได้กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับความต้องการของเค้ามากที่สุดจริงๆ ซึ่ง ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ราคา 1 BAT ต่อ บาทคือ 23 บาท(หรือตรวจสอบราคาความผันผวนของเหรียญ BAT ได้ที่ https://www.coingecko.com/en/coins/basic-attention-token/thb) ถือว่านั่งเล่นเน็ตไปเรื่อยๆ ได้อะไรมาบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี อิอิ แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ ข้อมูลส่วนตัวของเรานี่แหละที่มันไม่ถูกนำออกไปไหนจริงๆ และเราจัดการกับมันได้ทุกอย่างที่เราต้องการ จะยอมรับคุกกี้อันไหน ปิดอันไหน เปิดอันไหน อยู่ที่มือคุณแล้วทีนี้

ปล. ถ้าเปลี่ยนจาก BAT มาเป็น SAT(BTC) ก็จะดีมากๆเลยนะ ฮ่าๆๆ

การรองรับการใช้งาน

สำหรับ Brave browser นั้นถูกพัฒนาด้วยภาษา Rust, C++, Swift, JavaScript พร้อมกับใช้เอนจิ้นที่มีประสิทธิภาพอย่าง Blink และ V8 รวมไปถึงการใช้ WebKit สำหรับผู้ใช้งานด้วยผลิตภัณฑ์ของ Apple นั่นแสดงว่า Brave browser นั้นรองรับกับการทำงานในหลากหลายระบบปฏิบัติการ สามารถใช้งานทั้งผู้ใช้บน Windows Linux macOS Android iOS อีกทั้งยั้งรองรับการใช้งานในภาษาต่างๆมากมายหลายภาษา ซึ่งถือว่าครอบคลุมต่อผู้ใช้งานที่หลากหลายทั่วโลกเลยทีเดียว

สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปดาวโหลดมาติดตั้งด้วยตัวเองได้ที่

https://brave.com/

แล้วโลกของคุณจะเปลี่ยนไป ผ่าม!!!

อ้อก่อนจะจากกัน ลืมบอกไปเลยว่าเว็บไซต์ของเรานั้นได้รับรองการใช้ผ่าน Brave browser อย่างเต็มที่เลยนะครับ แถมเรายังทำ Verified Creator ด้วย ถ้าใครใช้ Brave จะเห็นว่ามีเครื่องหมายถูกที่สัญลักษณ์ริมขวาของแถบ Address นั่นหมายถึงคุณสามารถให้การสนับสนุน หรือเป็นกำลังใจให้เราได้โดยตรง ผ่านทริปเล็กๆน้อยด้วยเหรียญ BAT ได้นั่นเอง

https://www.facebook.com/BraveSoftware/photos/we-passed-3-million-monthly/1108533065970111/

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Brave_(web_browser)

https://brave.com/

https://en.wikipedia.org/wiki/Pay_to_surf

https://basicattentiontoken.org/

https://brave.com/braves-response-to-the-naa-a-better-deal-for-publishers/

https://www.newson6.com/story/5e7e3b70065c486efd6d19a4/brave-browser-review–details-and-features-how-good-is-it

https://www.cryptoglobe.com/latest/2019/03/crypto-powered-brave-browser-surpasses-20-million-downloads/

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

สามารถสนับสนุนเราได้ทางช่องทางต่อไปนี้

Lightning network (Tippin Me)

LN-tippin-me

Bitcoin

BitcoinQR

หรือสนับสนุนผ่านช่องทาง Verified creator เพียงแวะชม หรือให้ทริปเราผ่านเว็บบาวเซอร์ Brave

<strong><span style="color:#ffffff" class="tadv-color">Mr.Good (</span><em><span style="color:#ffffff" class="tadv-color">Admin</span></em><span style="color:#ffffff" class="tadv-color">)</span></strong>
Mr.Good (Admin)

นักนิยมศึกษาธรรมชาติ ออกเยื้องยาตรลุไปในไพรสณฑ์
ล่องเหนือจรดใต้ตามกมล
เฉกเช่นคนรักษ์ป่าน่าดูจริง